April 3, 2005

update

*ทางสายเอก*

หมีหมีหมี~~

น่ารักอ่ะน่ารัก~~~~~~~~~~
~><~
หมีหมี แล้วหมีก็หมี แล้วหมีก็กัน
มันก็เรื่องของหมีๆ
แต่หมีก็อร่อยที่สุดเลยยยย :P

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

"We are good friends"

"Don't give up"

"Valentine"

"Bathing" (yummy :P)

Find a lot more cute mee+ here jaa (tvbean.com)

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

ศีล

ตะกี๊ไปอ่านblogน้ำตาล ที่เขียนเรื่องความแตกต่างระหว่าง "การรักษาศีล กับ การไม่ผิดศีล" เราพอมีข้อมูลอยู่เลยจะมาช่วยpostเพิ่มเติมนะ :)

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~
จากหนังสือเรื่อง
กรรมพยากรณ์ ของ พี่ดังตฤณ
~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

“หนูมีความบกพร่องในศีลข้อไหน
หรือเราสองคนไม่เสมอกันอย่างไรบ้างหรือเปล่า
พี่ชี้เป็นจุดๆเลยได้ไหมคะ?”

“ผมถามกลับก็แล้วกัน
หนูคิดว่ามีศีลข้อไหนอยู่กับตัวบ้าง?”

“หนูยังตบยุงอยู่ ศีลข้อแรกคงขาด
หนูไม่เคยขโมยของใคร ศีลข้อสองคงผ่าน
หนูเคยคิดเลอะเทอะหาทางแย่งคู่ครองคนอื่นบ้าง
ศีลข้อสามคงพร่องแต่ยังไม่ถึงกับขาดทะลุ
หนูยังโกหกเก่งในบางสถานการณ์ ศีลข้อสี่คงขาด
หนูไม่ดื่มเหล้าเลยเพราะเกลียดรสของมันมาแต่เด็ก ศีลข้อห้าคงโอเค”

อุปการะยิ้มนิดหนึ่ง
“สรุปแล้วตามความคิดของหนู
หนูมีข้อสองกับข้อห้าอยู่กับตัว…

ผมขอบอกอย่างนี้นะ

ที่หนูไม่เคยคิดฉ้อโกง เพ่งเล็งยักยอกเอาของคนอื่นมาเป็นของตน
ก็เพราะคุณพ่อของหนูมีฐานะร่ำรวย หนูอยากได้อะไรก็ซื้อเอา
ไม่มีเหตุบังคับให้ต้องฉกฉวยของใครเขามา
แต่วันหนึ่งถ้าเกิดสถานการณ์บีบคั้นก็ไม่แน่นัก


ทำนองเดียวกับที่ปกติหนูไม่เคยคิดแย่งแฟนใคร
เพราะหนุ่ม ๆ วิ่งเข้ามาเสนอตัวกันจ้าละหวั่นอยู่แล้ว
แต่วันหนึ่งพอเจอคนที่หนูรัก หนูก็คิดแหกกฎ
ประพฤติผิดกติกาสังคมเข้าได้เหมือนกัน”

ลานดาวอึ้ง “แปลว่าแท้จริงหนูยังไม่มีศีลข้อสอง?”

“หนูแค่ยังไม่ละเมิดศีล ยังไม่เคยมีความตั้งใจเป็นพิเศษที่จะรักษาศีลข้อนี้
ไม่เคยคิดว่าเป็นตายร้ายดีอย่าฝันว่าฉันจะขโมยของ
อย่างศีลข้อห้าก็เหมือนกัน หนูว่าหนูไม่กินเหล้าเพราะเกลียดรส
นั่นก็เป็นตัวสะท้อนว่าถ้าวันหนึ่งหนูนึกครึ้ม
เลิกเกลียดรสเหล้าขึ้นมาเฉยๆ
หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่กดดันให้เอากับเขา
ก็อาจกระดกแก้วได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องยับยั้งชั่งใจ”

หญิงสาวเม้มปากแน่น
“ละเอียดอ่อนจังนะคะ แปลว่าตอนนี้หนูไม่มีศีลเป็นสมบัติติดตัวซักข้อ?”

“ถือว่าข้อสองกับข้อห้าหนูมีก็แล้วกัน
เพียงแต่มีโดยธรรมชาติ ไม่ใช่มีโดยความตั้งใจ
จึงไม่อาจเป็นเครื่องประกันความบริสุทธิ์
ว่าหนูจะมีศีลอยู่เสมอ


“แล้วทำไงจะถือว่ามีศีลล่ะคะ?”

“ศีลคือข้อประพฤติอันดีงามที่เราตั้งใจรักษา
หากตั้งใจเว้นจากบาป ไม่ว่าฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดกาเม มุสา และเสพของเมา
คือรับเอาศีล ๕ เป็นข้อปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้ ก็เรียกว่าเป็น ‘ผู้สมาทานศีล’

หากออกจากบ้านนี้ไปสู่โลกภายนอก เป็นตัวของตัวเอง
มีสิทธิ์คิดมีสิทธิ์เลือกอย่างเสรีโดยปราศจากใครควบคุม
เจอสิ่งล่อใจรบเร้าให้ผิดศีลก็ยังแน่วแน่เลือกที่จะไม่ทำ
อย่างนี้ค่อยนับว่าเป็น ‘ผู้รักษาศีล’…

และถึงที่สุดแล้วหากไม่อยากทำผิดศีลออกมาจากใจ
คือไม่เอาตั้งแต่อยู่ในมุ้ง เพราะมีความละอายต่อบาป
เพราะเห็นโทษภัยของความประพฤติผิดทั้ง ๕ อย่างนี้
ถึงควรได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘ผู้ทรงศีล’
คือครอบครองศีลไว้เป็นสมบัติแล้วอย่างแท้จริง

- - -

“ค่ะ แต่รายละเอียดของเหตุการณ์บางทีซับซ้อนและยากจะตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิด
หนูควรทำยังไงถ้าพบเรื่องลำบากใจที่ยากจะชี้ถูกชี้ผิด?”

ใจที่ทรงศีลจะรู้เองว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร
ขั้นแรกคือหนูควรหลีกเลี่ยงอย่างสิ้นเชิง
ถ้าใจสงสัยแม้แต่นิดเดียวว่าผิดหรือไม่ผิด ให้ถือว่าผิดไว้ก่อน

หนูเคยรักษาศีลได้สะอาดมาหลายชาติ
และผลก็คือความหมดจดสดใสของรูปร่างหน้าตาอย่างนี้แหละ
คนเราเคยสั่งสมบารมีทางศีลไว้มากๆเนี่ยนะ
เวลาต่อบารมีจะง่าย รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง
เกิดความสุขกับการรักษาศีลโดยไม่ต้องฝืนเท่าไหร่
แล้วที่สุดก็เกิดความหยั่งรู้ขึ้นภายใน จากใจที่สะอาดเอี่ยม
ว่าทำสิ่งใดแล้วสกปรก สิ่งใดพอประนีประนอมครึ่งทางได้”
- - -

“พี่คะ ถ้าอย่างเวลายุงกัดเราบ่อยๆแล้วเรายอมมัน ไม่กำจัดมันทิ้ง
ไม่เท่ากับให้มีพาหะนำเชื้อร้ายมาหาเราหรือ?”

“เมื่อหนูทำได้ถึงระดับทรงศีล ก็จะเริ่มเห็น ‘ปาฏิหาริย์ของศีล”
ยุงจะไม่มารบกวน ถึงกวนก็ไม่กัด ถึงกัดก็ไม่ลายพร้อย
ถึงลายพร้อยก็ไม่เป็นไข้ ถึงเป็นไข้ก็ไม่ตาย
ถึงตายก็ได้ไปดีเพราะเหตุคือตั้งใจรักษาศีลยิ่งชีพ
คิดดูนะ กำลังใจยิ่งใหญ่ขนาดไหน กุศลจะยิ่งแกร่งกล้าเพียงใด
กระทั่งแม้แต่สัตว์ตัวน้อยก็ไม่ฆ่า
อย่าต้องนับว่าเป็นไปได้ที่จะคิดฆ่าสัตว์ใหญ่หรือมนุษย์
นี่เท่ากับเราปิดทางอบายไปช่องหนึ่ง
จิตเราไม่มีทางเป็นอกุศลเข้มข้นพอจะประหัตประหาร
หรือกระทั่งทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้เลย”

ลานดาวตรองแล้วคล้อยตามเช่นเคย ทางมาของบุญนั้นบางครั้งต้องวัดใจ
แลกเปลี่ยนกับเรื่องน่าฝืดฝืนบ้าง
ใช่ว่าโลกนี้ปูพรมให้เดินเก็บบุญเก็บกุศลโดยสะดวกโยธินแต่อย่างใด

“มีความจริงอยู่ข้อหนึ่ง คือเมื่อไหร่เราตั้งใจรักษาศีลให้สะอาด
จะเกิดเรื่อง เกิดเหตุการณ์ลองใจเราแทบทันที
ต้องกระอักกระอ่วนหรืออยากละเมิดศีล
ถ้าหากใจแข็งทำข้อสอบให้ผ่าน
เหตุพิสูจน์ใจจะอ่อนกำลัง กระทั่งรามือไปเอง
แทบเหมือนทั้งชีวิตไม่ต้องเฉียดไปใกล้เรื่องผิดชนิดนั้นอีก
นี่เป็นธรรมชาติที่อัศจรรย์ น่าพิศวงใจ
แล้วหนูจะรู้”

“หนูจะแข็งใจทำข้อสอบให้ผ่านค่ะ”

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~