September 5, 2009

แด่ผู้ที่ (คิดว่าตัวเอง) โชคร้ายและระทมทุกข์ที่สุดในโลก :)

อ้อมกำลังรวบรวมเสียงอ่านเพื่อให้กำลังใจคุณพ่อของเพื่อนที่กำลังป่วยหนักค่ะ
กลับไปอ่านหนังสือ กำลังใจสู่วันใหม่ ที่รวบรวมกระทู้ลานธรรมส่วนนึงเอาไว้
เจอบทความเรื่อง ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา เขียนโดยพระไพศาล วิสาโล
เป็นบทความที่ให้กำลังใจได้ดีทีเดียวค่ะ :)

ใครถนัดอ่านหรือฟัง เลือกเอาตามสบายเลยนะคะ :)



ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา
(โดย พระไพศาล วิสาโล)

คุณจะรู้สึกอย่างไร หากทั้งชีวิตมีแต่เรื่องร้าย ๆ หนัก ๆ ประดังประเดเข้ามา
ตั้งแต่เกิดก็เกือบจมน้ำตาย โตขึ้นก็สูญเสียแม่
พ่อป่วยหนัก มีน้อง ๆ ต้องดูแลหลายคนทั้ง ๆ ที่ยังเรียนไม่จบ
ครั้นแต่งงาน ก็มีลูกพิการ สุดท้ายสามีก็ทิ้ง แล้วยังมาเจอเนื้องอดที่มดลูก
ผ่าตัดลำไส้เหลือแค่ครึ่งเดียว จากนั้นก็ถูกรถชน กระดูกคอหัก
รอดตายแล้วก็ไปเจออุบัติเหตุรถยนต์อีก แขนหักสองท่อน และตับแตก
อายุไม่ถึง ๕๐ แต่กระดูกผุราวคน ๘๐ แล้วยังไม่รู้ว่าจะเจออุบัติเหตุอีกกี่ครั้ง
เจอแบบนี้แล้ว คุณยังคิดอยากอยู่อยากยิ้มให้กับชีวิตนี้อีกหรือ ?

แต่สำหรับคุณ เกษมสุข ภมรสถิตย์ ชีวิตนี้ไม่เคยเลวร้ายเกินทน
เธอยังยิ้มให้กับชีวิตได้เสมอ ไม่รู้สึกท้อแท้สิ้นหวังหรือหวั่นหวาดอนาคต
เพราะมั่นใจว่าพรุ่งนี้ย่อมดีกว่าวันนี้

พูดอย่างคนโบราณ ชีวิตของเธอเหมือนกับเกิดมาเพื่อรับกรรม
ลืมตาดูโลกได้ไม่ถึง ๒ เดือนพี่เลี้ยงก็ทำหลุดมือตกน้ำ
เกือบจะหลุดเข้าไปใต้โป๊ะท่าน้ำ
แต่เดชะบุญมีคนคว้าไว้ได้ทัน ทั้งน้ำและน้ำมันเข้าปาก
พออายุได้ ๘ ขวบก็จมน้ำอีก
ผุดทะลึ่งขึ้นมาครั้งที่ ๓ พ่อถึงเห็นและเกี่ยวขึ้นมาได้ทัน
จมน้ำปางตาย ๒ ครั้งทำให้ร่างกายอ่อนแอ เจอแดดร้อน ๆ ไม่ได้ มีอันต้องเป็นลม
ร้องไห้ประเดี๋ยวเดียวก็เป็นลมสลบ จนใคร ๆ หาว่าสำออย

เรียนมหาวิทยาลัยแค่ปี ๒ แม่ก็เสีย พ่อทำใจไม่ได้ ช็อคหัวใจวาย
กลายเป็นคนป่วยนับแต่นั้น ไม่นานบ้านก็ถูกยึดเพราะเป็นหนี้
อายุแค่ ๑๙ ปีเธอกลายเป็นกำลังหลักคนเดียวของครอบครัว
ที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงพ่อและน้อง ๆ ทั้ง ๕ คน

ไม่ได้หดหู่ท้อใจในชะตากรรม เป็นความรู้สึกของเธอในตอนนั้น
โดยหารู้ไม่ว่าเคราะห์กรรมยังจะตามมาอีกมาก

เธอแต่งงานก่อนวัยเบญจเพส เมื่อคลอดลูกก็พบว่าลูกพิการ
เพราะหมอใช้คีมคีบหัวออกมาอย่างไม่ถูกต้อง สมองจึงเติบโตได้ไม่เต็มที่
หมอทำนายว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมาก ๙ ปี
แต่เธอก็เลี้ยงดูเอาใจใส่จนลูกอายุ ๒๐ กว่าแล้ว

คลอดลูกมาได้ปีกว่า ก็พบว่าเป็นเนื้องอกที่มดลูก
ปรากฏว่าหมอตัดส่วนที่ดีทิ้งไป จึงต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง
คราวนี้มดลูกที่เหลือถูกตัดทิ้งหมดรวมทั้งรังไข่ด้วย ทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมน
ครั้นกินฮอร์โมนทดแทน ก็แพ้ เลยเป็นโรคกระดูกผุนับแต่บัดนั้น
เท่านั้นยังไม่พอ ระหว่างผ่าตัด โรคกระเพาะเกิดกำเริบ จนตัวบวมเขียว
หมอต้องเปิดท้องตัดลำไส้จนเหลือเพียงครึ่งเดียว

อายุไม่ถึง ๒๖ เธอก็มีอวัยวะไม่ครบเหมือนคนปกติ
แถมมีลูกพิการที่เสี่ยงต่อความตาย
แม้เธอจะรักษาชีวิตของตนและของลูกได้ แต่แล้วก็ต้องสูญเสียเสียสามี
ชีวิตครอบครัวที่มีแต่ปัญหาทำให้เธอกับเขาตัดสินใจแยกทางกัน

เจออย่างนี้แล้วเธอยังทำใจได้ ไม่คิดโทษใครหรือน้อยใจในชีวิต
เคราะห์กรรมยังซ้ำเติมไม่จบ ราวกับจะทดสอบจิตใจของเธอ
วันหนึ่งขณะที่รถติดไฟแดง ก็มีรถเมล์เบรกแตกวิ่งมาชนรถของเธอ
แรงกระแทกทำให้กระดูกคอของเธอซึ่งผุอยู่แล้วหักทันที
และไปทับเส้นประสาททำให้เป็นอัมพาต
เดชะบุญที่สามารถรักษาให้หายได้หลังจากนอนแน่นิ่งในโรงพยาบาลเกือบ ๒ เดือน

หลังจากครั้งนั้นแล้ว ก็เจออุบัติเหตุอีก รถของเธอเลี้ยวโค้งแล้วไปชนกับเสาไฟฟ้า
กระดูกที่แขนของเธอหักออกจากกัน ห้อยร่องแร่ง
แถมยังถูกก้านเกียร์ทิ่มใต้ชายโครงขณะช่วยคนขับหักพวงมาลัยหลบคอสะพาน
ผลก็คือตับแตก

เธอยังต้องเจออุบัติเหตุอีกหลายครั้ง แม้แต่วันที่ไปออกรายการ "เจาะใจ"
ก็ยังมีรถยนต์มาชนท้าย กระเทือนที่คอและหลัง แต่เธอก็ยังบอกว่าไม่เป็นไร ทนได้
ต่อเมื่อถ่ายทำรายการเสร็จแล้ว จึงไปให้หมอตรวจและรักษาที่โรงพยาบาล

วันนี้เธออายุ ๕๒ และไม่รู้ว่าจะเจออะไรข้างหน้าอีก
แต่เธอก็ยังมีขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต

คงมีไม่กี่คนในโลกนี้ที่เจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดไม่หยุดหย่อนอย่างคุณเกษมสุข
ยกเว้นคนที่เจอภัยสงครามหรืออดอยากหิวโหยปางตายแล้ว
จะมีสักกี่คนที่ลำบากลำเค็ญเท่าเธอ

แต่แปลกไหม ที่เธอไม่รู้สึกเป็นทุกข์เป็นร้อน
กับชีวิตที่เต็มไปด้วยเคราะห์กรรมเลย
ถ้าชะตากรรมมีจริง เธอเป็นคนหนึ่งที่ย้ำเตือนว่า
เราสามารถเอาชนะชะตากรรมได้
ไม่ได้ชนะที่ไหน หากชนะที่ใจนั่นเอง

ชีวิตของเธอบอกให้เรารู้ว่า
คนเราจะทุกข์หรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีอะไรมากระทบกับเรา
แต่อยู่ตรงที่เรารู้สึกอย่างไรกับสิ่งนั้น หรือทำอย่างไรกับมันต่างหาก
แม้จะมีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นกับเรา
แต่ถ้าเราทำใจรับได้ ความทุกข์ก็เกิดขึ้นไม่ได้
ในทางตรงกันข้าม แม้มีเงินทองไหลมาเทมา
แต่ถ้าเราคิดว่ามันน้อยเกินไป ทำให้รวยไม่พอหรือไม่เท่าคนอื่น
เมื่อนั้นใจเราก็เป็นทุกข์ทันที


หลายครั้งที่ความเดือดร้อนของคุณเกษมสุขเกิดขึ้นจากฝีมือคนอื่นแท้ ๆ
เช่น หมอที่ใช้คีมคีบหัวลูกแรงเกินไป ตัดมดลูกผิดข้าง
แม้แต่รถจอดนิ่งอยู่ ก็ยังมีรถคนอื่นมาชน ข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง
แต่เธอไม่เคยเสียเวลาไปโทษคนอื่น เล่นงานเขา หรือก่นด่าชะตากรรม
หากคิดเพียงว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร และรักษาใจให้เป็นปกติได้อย่างไร

ตอนที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเพราะกระดูกคอหัก
หมอเอาเหล็กแหลมเจาะเข้าไปในกระโหลกทั้ง ๒ ข้างเพื่อป้องกันไม่ให้คอเขยื้อนขยับ
เธอเจ็บมาก แต่เห็นว่าถ้าตนใจเสีย หมอและน้อง ๆ ก็ใจเสียไปด้วย
เธอเลือกที่จะทำใจให้ปกติ ไม่ตีโพยตีพาย
เพราะ "ถ้าต้นตอไม่ตีโพยตีพายเสียก่อน คนรอบข้างก็อยู่ได้
และกำลังใจนั้นมันก็จะถูกส่งกลับมาที่เราอีกที"

ไป ๆ มา ๆ ปรากฏว่า คนป่วยกลับมีจิตใจสบายกว่าคนมาเยี่ยมเสียอีก
นกลายเป็นที่ปรับทุกข์ให้แก่คนรอบข้าง แต่เธอไม่ใช่พระอิฐพระปูน
ฟังเรื่องพวกนี้มาก ๆ ก็ทุกข์ได้ง่าย ๆ ทางออกของเธอก็คือ
"จับ(คนมาเยี่ยม)นั่งสมาธิเสียเลย จะได้ไม่มีเวลาพูดเรื่องอะไรที่มันร้อนใจ"

กลายเป็นว่าคนป่วยกลับเป็นที่พึ่งทางจิตใจให้แก่คนปกติ แทนที่จะตรงกันข้าม

สิ่งสำคัญที่ประคองใจไม่ให้ทุกข์ร้อนไปกับเหตุร้ายก็คือสติ
สติอ่อนเมื่อไหร่ ใจก็จะโวยวายตีโพยตีพาย โทษคนโน้นคนนี้
จนลืมจัดการกับตนเอง ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนอื่นใด


น้อง ๆ คุณเกษมสุขเล่าว่า ตอนเกิดอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้า
คุณเกษมสุขโทรศัพท์บอกที่บ้านอย่างเรียบ ๆ ธรรมดาว่า
"ไม่เป็นไร แต่คิดว่าตับแตก"
สติเท่านั้นที่จะทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นเบา อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เลวร้ายลงไปอีก
ทั้งยังช่วยให้เราแก้ไขสถานการณ์ด้วยปัญญาอย่างสอดคล้องกับความเป็นจริง

ใครที่คิดว่าตัวเองทุกข์หนักหนาสาหัสแล้ว
ลองนึกถึงชีวิตของคุณเกษมสุข
อาจจะได้คิดว่าตนนั้นยังโชคดีอยู่มากเมื่อเทียบกับเธอ

แต่เท่านั้นยังไม่พอ น่าจะได้คิดต่อไปอีกด้วยว่า
สุขทุกข์นั้นแท้จริงอยู่ที่ใจ
ไม่ได้อยู่ที่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา
ถึงจนก็สุขได้ ถึงป่วยก็ยิ้มได้
แม้จะพลัดพรากสูญเสียแค่ไหน ก็ยังมีสิทธิแช่มชื่นแจ่มใสได้
แต่ถ้าทำใจไม่เป็นเสียแล้ว รวยแค่ไหน มีอำนาจมากเพียงใด
ทรวดทรงงดงามเพียงใด ก็ยังทุกข์อยู่นั่นเอง

จะเจออะไรมาก็แล้วแต่
ข้อสำคัญประการสุดท้ายก็คือ
อย่ายอมแพ้ต่อชะตากรรม
อย่าปล่อยใจไปกับ
ความลำเค็ญ ความล้มเหลว และความเศร้าโศกท้อแท้
ในยามร้ายไม่มีอะไรดีกว่า
การปลุกใจให้อดทน เข้มแข็ง สดชื่น
และเปี่ยมด้วยความหวังว่า

พรุ่งนี้ย่อมดีกว่าวันนี้

2 comments:

น้องโตโต้ said...

เพลงเพราะมากๆค่ะชอบทุกเพลง ฟังแล้วมีความสุขมาก
เมื่อเครียดๆพอได้ฟังเพลงขิมคุณอ้อมแล้วรู้สึกสบายใจ จริงๆค่ะ

แต่ไม่สามารถdownloadได้เลยค่ะ
อยากได้ทุกเพลงเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
น้องโตโต้
nongtoto@gmail.com

~*aom*~ said...

^_^;
ต้องขอโทษด้วยนะคะ
รู้สึกว่า esnips.com ที่อ้อมฝากเพลงเอาไว้
จะเปิดบน IE ไม่ได้
ยังไงน้องโตโต้ลองเปิดด้วย Firefox ดูนะคะ
น่าจะโหลดได้ปกติค่ะ :)